

การดำเนินงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน 3 กองทุน 

![]() | กลุ่มประกันสุขภาพ (Health Insurance Group) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข www.higthai.org | ![]() |
| ผู้อำนวยการกลุ่มประกันสุขภาพ |
![]() นายสมชัย นิจพานิช |
| ระดานข่าวกลุ่มประกันสุขภาพ |
พัฒนาการและความเป็นมาของกลุ่มประกันสุขภาพ ความเป็นมา
จุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการโครงการบัตรสุขภาพ
เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สมัยนายแพทย์อมร นนทสุต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ได้ดำเนินการขยายโครงการเต็มรูปแบบทั่วประเทศ
และได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการโครงการบัตรประกันสุขภาพ" ขึ้นใน พ.ศ.2527
โดยมีนายแพทย์ไพจิตร ปวะบุตร อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ
ต่อมาเมื่อกระทรวงสาธารณสุขได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันใน "โครงการบัตรสุขภาพโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยและรัฐบาลเยอรมัน" หรือเรียกว่าโครงการบัตรสุขภาพ GTZ โดยมีนายแพทย์ปรากรม วุฒิพงศ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขมูลฐาน เป็นผู้ขอเปลี่ยนโครงการสมุนไพรกับสาธารณสุขมูลฐาน มาเป็นโครงการบัตรสุขภาพ และใน พ.ศ. 2530 |
| พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2534 |
ได้มีการจัดตั้ง "ศูนย์บัตรสุขภาพ GTZ"
ใน พ.ศ. 2532
เพื่อทำการศึกษาวิจัยและพัฒนารูปแบบการประกันสุขภาพแบบสมัครใจที่สามารถพัฒนาไปเป็นรูปแบบสำหรับระบบประกันสุขภาพ
โดยความสมัครใจแห่งชาติต่อไป
แรงผลักดันสำคัญที่ก่อให้เกิดสำนักงานประกันสุขภาพ คือ
การที่กฎหมายประกันสังคมมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2535
ทำให้จำเป็นต้องมีหน่วยงานในส่วนกลางที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ในการติดต่อประสานงาน
พิจารณากำหนดแนวทางในการปฏิบัติด้านการแพทย์และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
แก้ปัญหาต่างๆ ที่มีกับสำนักงานประกันสังคม กระทรวงการคลัง และไตรภาคี
ในขณะเดียวกันโครงการบัตรสุขภาพ GTZ จะหมดสัญญาและไม่มีผู้ดูแลโดยตรง จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่จะทำการศึกษาผลการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อพิจารณาดำเนินงานสร้างหลักประกันสุขภาพของชาติต่อไป นายแพทย์อุทัย สุดสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงมีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานประกันสุขภาพ ขึ้นใน พ.ศ.2534 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางวิชาการและประสานความร่วมมือในการจัดบริการสาธารณสุขภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม และดำเนินโครงการบัตรสุขภาพโดยความสมัครใจ โดยมีนายแพทย์สมโภชน์ มนเทียรอาสน์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพคนแรก | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ.
2535 - พ.ศ. 2538 |
หลังจากที่ได้มีการประเมินผลบัตรสุขภาพ GTZ
รัฐบาลได้กำหนดให้งานประกันสุขภาพเป็นนโยบายที่สำคัญ
และใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการบรรลุ
"โครงการสุขภาพดีถ้วนหน้า 2540" ในระยะนี้นายแพทย์นิวัติ เทพมณี
เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ ด้วยเหตุผลจากความล้มเหลวของโครงการจากหลายพื้นที่ในอดีต จึงได้มีการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ หลักการ และวิธีการจากเดิม เป็นการประกันสุขภาพโดยความสมัครใจ (Voluntary Health Insurance)แทนหลักการเดิมด้านสาธารณสุขมูลฐาน และให้รัฐบาลสมทบงบประมาณเพื่อการดำเนินการด้วย(เป็นการสมทบค่าบัตรที่ประชาชนซื้อ 500 บาท รัฐสมทบ 500 บาท) และมีคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอำเภอ(คปสอ.)เป็นผู้บริหารกองทุน พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2538 แพทย์หญิงรุจิรา สุริยวนากุล เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก คือ การจัดตั้ง "เงินทุนหมุนเวียนบัตรประกันสุขภาพ" ขึ้น ซึ่งสามารถจ่ายงบประมาณให้กับหน่วยบริการได้อย่างสอดคล้องกับหลักการเงินผันแปรกับงาน และมีการนำระบบธนาคารเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเรื่องการเงิน ใน พ.ศ. 2537 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย "ให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพร้อยเปอร์เซ็นต์" ได้ขยายโครงการให้ครอบคลุมกลุ่มผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข โดยรัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ.
2538 - พ.ศ. 2541 | นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ มีพัฒนาการที่สำคัญ คือ มีการเร่งรัดและขยายระยะเวลาการดำเนินงานโครงการบัตรประกันสุขภาพในเขตเมืองและกรุงเทพมหานคร มีการปรับโอนงานสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล(สปร.) จากกองสาธารณสุขภูมิภาค มีการออก "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินอุดหนุนโครงการรักษาพยาบาลผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล ในพ.ศ. 2541" ซึ่งระเบียบฉบับนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้่้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบริหารจัดการด้านการคลังและระบบฐานข้อมูลผู้มีสิทธิในการประกันสุขภาพ และเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2540 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ได้มีอนุมัติให้จัดตั้งสำนักงานประกันสุขภาพ ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ตามหนังสือ สำนักงาน ก.พ. ที่ นร.0707.9/525 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2540) | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2542 |
นายแพทย์อำนวย
กาจีนะ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ
ช่วงนี้ประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ
สำนักงานประกันสุขภาพมีภารกิจขยายงานหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
ทั้งประเภทบัตรประกันสุขภาพ500 บาท
บัตรสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล(สปร.)สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
ได้ขอรับการสนับสนุนจากโครงการลงทุนด้านสังคมของธนาคารโลก (Social
Investment Project : SIP)ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ 6 จังหวัด คือ พะเยา
ยโสธร นครสวรรค์ สมุทรสาคร ปทุมธานี และยะลา โครงการนี้มีการทดลองรูปแบบการจัดสรรเงินให้กับจังหวัดและสถานพยาบาล ตามข้อมูลการขึ้นทะเบียนและการให้บริการในลักษณะเหมาจ่ายรายหัวให้กับบริการผู้ป่วยนอก และตามน้ำหนักสัมพัทธ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมสำหรับผู้ป่วยใน และมีการขอปรับราคาบัตรประกันสุขภาพเพื่อลดภาระของโรงพยาบาลในการจัดบริการ ซึ่งในที่สุดรัฐบาลได้อนุมัติให้มีการเพิ่มเงินสมทบโครงการบัตรประกันสุขภาพจาก 500 บาทเป็น 1,000 บาท ในระยะเวลาเดียวกันนี้ ได้มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารจัดการหลักประกันสุขภาพ มีการยุบบัญชีเงินทุนหมุนเวียนระดับอำเภอ พัฒนางานเทคโนโลยีสารสนเทศการประกันสุขภาพ และระบบการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ มีการประกาศใช้กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมสำหรับการชดเชยค่าใช้จ่ายสูง | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2543 | นายแพทย์สถาพร วงษ์เจริญ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ ได้ปรับปรุงระเบียบ วิธีการดำเนินงาน ทั้งเงินทุนหมุนเวียนบัตรประกันสุขภาพ และโครงการสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล (สปร.) เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และง่ายต่อการตรวจสอบ | ||||||||||||||||||||||||||
| 1
ตุลาคม 2543 - พ.ศ. 2547 |
โครงการ 30
บาท รักษาทุกโรค
นายแพทย์พัฒน์
ยิ่งเสรี
เป็นผู้อำนวยการสำนักงานประกันสุขภาพ
ในช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน
หรือที่รูจักในนาม "โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค"
ภารกิจที่สำนักงานประกันสุขภาพดูแลโดยตรง
คือการขยายหลักประกันสุขภาพการจัดสรรเงิน
และมีการพัฒนาฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนให้เป็นปัจจุบัน
นโยบายนี้ได้เริ่มทดลองดำเนินการในพื้นที่ 6 จังหวัดที่เคยอยู่ในโครงการ มาก่อนตั้งแต่ 1 เมษายน 2544และขยายไปยังอีก 15 จังหวัดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2544 และสามารถสร้างหลักประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าในเดือนเมษายน พ.ศ. 2545 ในช่วงนี้ยังเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกลุ่มประกันสุขภาพอีกด้วย | ||||||||||||||||||||||||||
กำเนิดกลุ่มประกันสุขภาพ สืบเนื่องจากการมีผลบังคับใช้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2545
ทำให้มีการจัดตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้น
ทำหน้าที่ในการบริหารโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
และหน้าที่อื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัััติดังกล่าว
โดยให้สำนักงานประกันสุขภาพ (เดิม)
ทำหน้าที่ประสานการดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงมีคำสั่ง ที่ 515/2546 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2546 ให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็น "กลุ่มประกันสุขภาพ" เป็นหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้ชื่อย่อว่า "กปภ." |
| พ.ศ. 2548 |
นายแพทย์สถาพร
วงษ์เจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มประกันสุขภาพ
ได้ดำเนินงานต่อเนื่องในเรื่องของการจัดสรรเงินแบบเหมาจ่ายรายหัว
จัดตามสูตรที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารด้านประกันสุขภาพถ้วนหน้า
กระทรวงสาธารณสุข ลงไปที่ระดับจังหวัด
คณะกรรมการระดับจังหวัดสามารถปรับเกลี่ยวงเงินให้เกิดความเหมาะสมตามสถานการณ์การเงินที่เป็นปัจจุบันของหน่วยบริการ
มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การเงินการคลังของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ทั้งในระดับส่วนกลาง ระดับเขต และระดับจังหวัด โดยในส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ระดมความเห็นจากผู้บริหารสถานพยาบาลในสังกัดทุกระดับ มาประกอบการตัดสินใจในการจัดสรรเงิน ปี 2549 เพื่อที่จะให้สถานพยาบาลมีสถานะการเงินการคลังที่เหมาะสมที่สุด | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ.
2549 - พ.ศ. 2550 |
นายแพทย์ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ สาธารณสุขนิเทศ
ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการฯ
มีแนวคิดที่จะจัดตั้งสำนักพัฒนาการเงินการคลังสาธารณสุข
(สพค.) เป็นหน่วยงานภายในของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
จึงใช้ชื่อสำนักงานประกันสุขภาพ ว่าสำนักพัฒนาการเงินการคลังสาธารณสุข
หรือ
(สพค.) ในการติดต่อกับหน่วยราชการต่างๆ แต่เนื่องจากเป็นการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ ยังไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง การแบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผลการดำเนินการ มีอุปสรรคหลายประการ จึงยังไม่สามารถบรรลุความสำเร็จได้ ในด้านภารกิจของหน่วยงาน ได้ดำเนินการให้ความสำคัญในเรื่องของสถานการณ์การเงินการคลังหน่วยบริการ มีการจัดตั้ง CFO : Chief Financial Officer ระดับเขต และระดับจังหวัด เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์การเงินการคลัง ในเขตที่รับผิดชอบ มีการจัดอบรมให้ความรู้ เพิ่มพูนศักยภาพของผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในระดับจังหวัด และเขตตรวจราชการ | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ. 2550 - 14 มกราคม 2553 |
นายแพทย์อำนวย กาจีนะ
ที่ปรึกษาระดับกระทรวงด้านเวชกรรมป้องกันปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มประกันสุขภาพได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกสนับสนุนระบบประกันสุขภาพเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา
ระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการเงินการคลังภาคสาธารณสุขและการเป็นภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานภายนอกในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบประกันสุขภาพของประเทศไทย
ในด้านภารกิจของหน่วยงาน ได้มีการศึกษาแนวทางการพัฒนาภารกิจกระทรวงสาธารณสุขสู่บทบาทผู้กำหนดนโยบายและกำกับทิศทางระบบการคลังสุขภาพเพื่อการพัฒนานโยบายวางแผนและกำกับทิศทางระบบการคลังของประเทศไทย นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับหน่วยงานความร่วมมือทางด้านสุขภาพระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปในโครงการสนับสนุนการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข Health Care Reform Project (HCRP)ที่จะพัฒนารูปแบบหรือเครื่องมือในการจัดการด้านการเงินให้หน่วยบริการ สำหรับด้านระบบข้อมูลได้ดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศการเงิน ระบบบริการสุขภาพประเทศไทย เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงฐานข้อมูลการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการให้บริการสุขภาพ ของหน่วยบริการต่างๆ ครอบคลุมทั้งประเทศ มีการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการประเมินและเฝ้าระวังสถานการณ์การเงินการคลังของเครือข่ายหน่วยบริการ(FASNet)จัดทำดัชนีชี้วัดทางการเงินการคลังสาธารณสุขพัฒนาฐานข้อมูลด้านการเงินารคลัง สุขภาพ และพัฒนาผังบัญชีภาคสุขภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนโดยพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่รับขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (สัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา)โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเบิกจ่ายเงินค่าบริการทางการแพทย์กรณีค่าใช้จ่ายสูงระบบประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวฯมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนานักวิเคราะห์การเงินการคลังของโรงพยาบาล (Hospital Analysis : hosFA) เพื่อมุ่งสร้าง Hospital Analysts ซึ่งจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนนโยบายด้านการเงินการคลังให้กับหน่วยบริการในอนาคต | ||||||||||||||||||||||||||
| พ.ศ. 2553- ปัจจุบัน | นายแพทย์สมชัย นิจพานิชปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวง มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มประกันสุขภาพสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขอีกตำแหน่งหนึ่ง ตั้งแต่เดือน มกราคม 2553และนอกจากนี้ท่านยังทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทอีกด้วย ในด้านภารกิจของกลุ่มประกันสุขภาพจากปัญหาที่สืบเนื่องมาในเรื่องของวิกฤตการเงินโรงพยาบาลที่มีมากขึ้นทุกปี ท่านจึงให้ความสนใจและผลักดันอย่างยิ่งในเรื่องของ Unit Cost Centreเพื่อให้โรงพยาบาลในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความตระหนัก และใส่ใจทำการศึกษาอย่างจริงจังในเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการ ซึ่งมีผลต่อสถานการณ์การเงินการคลังของหน่วยบริการจนถึงเป็นกลไกที่สำคัญเพื่อใช้ในการต่อรองเรื่องการของบประมาณที่จัดสรรอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมจึงได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 721/2554 แต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ศึกษาต้นทุนค่าใช้จ่าย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่ง ณ วันที่ 12 เมษายน 2554ซึ่งองค์ประกอบของคณะทำงานประกอบด้วยนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อถ่ายทอดให้ผู้รับผิดชอบของทุกหน่วยบริการได้สามารถพัฒนาและเฝ้าระวังสถานการณ์การเงินการคลังทั้งส่วนกลางและ ภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของกลุ่มประกันสุขภาพ และหน่วยบริการ สังกัด สป.สธ.ให้มีความน่าเชื่อถือและเกิดประโยชน์ ในการนำไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์จริงซึ่งเป็นหัวใจของการวิเคราะห์และการประเมินผลการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยบริการ | ||||||||||||||||||||||||||